Pages

Showing posts with label Knowledge. Show all posts
Showing posts with label Knowledge. Show all posts

Friday, July 17, 2015

วิดีโอไวรัลคืออะไร อะไรคือ Viral วันนี้ ChoiCer จะมาอธิบายให้ฟัง

Viral Virality Share Mass
ภาพจาก http://mashable.com/category/virality/
ผมเป็นคนที่ชอบดูคลิป ชอบศึกษากระแสต่างๆที่กระจายอยู่ในสังคมออนไลน์มากครับ และบ่อยครั้ง เรามักจะเจอวิดีโอโฆษณาของหลายๆบริษัททำออกมาโดยพยายามใส่ Virality หรือความเป็นไวรัลเข้าไปครับ


Virality หรือความเป็นไวรัลคืออะไร?

มันก็คือแนวโน้มของเนื้อหานั้นๆไม่ว่าจะเป็นในรูปของข้อความ รูปภาพ วิดีโอหรือสื่ออื่นๆในการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ต้นกำเนิดของคำว่า Virality ก็คือคำว่า Viral ซึ่งเป็นการแปลงมาจากคำว่า Virus นั่นเอง เนื่องจาก Virus มีลักษณะของการแพร่กระจายลุกลามอย่างรวดเร็ว Viral จึงหมายถึงที่แพร่กระจายรวดรเร็วครับ


"เข้าใจ Virality แล้วเกี่ยวอะไรกับวิดีโอนี้ล่ะ"


ก็เพราะว่าเนื้อหาไวรัลมันมีในไทยมาได้สักพักแล้วครับทั้งที่แบบจงใจและไม่จงใจ ถ้ายกตัวอย่างแบบจงใจก็คือ


โฆษณาไวรัลของ Snickers Thailand


อันนี้ที่หลุดๆมาตอนแรกครับ ไม่มีการเฉลย ไม่มีพูดถึง Snickers เหมือนแอบถ่ายมาจริงๆ ซึ่งเกิดกระแสมากครับ ทุกคนพูดถึงกันหมดบางคนก็งง บางคนก็สงสัย บางคนด่าเลยก็มีครับ ที่แน่ๆคือกระแสลบมากกว่าบวก คลิปนี้โผล่มาช่วงวันที่ 3 กรกฎาคม 2556 และไม่ใช่บัญชีของ Official Snickers Thailand เป็นคนโพสท์





ตัวนี้เป็นวิดีโอที่ทำมาเพื่อเฉลยครับ ซึ่งเรื่องกว่าจะมีวิดีโอตัวนี้ขึ้นมาก็ผ่านไป 3 วันแล้วครับ อันนี้ Snickers Thailand ออกมาโพสท์เอง แต่มันสายไปแล้วครับ กระแสลบมันเกิดแล้ว ไม่พังลงง่ายๆ



เรียกได้ว่าแทนที่จะใช้ความไวรัลให้เกิดกระแสที่ดีต่อ Brand ของตัวเองกลับกลายเป็นการทำให้สังคมรุมประนามและประท้วงวิธีการโฆษณาไวรัลแบบหลอกลวง ที่ทำร้ายความรู้สึกคนดูกันแบบนี้



"มาดูอีกอันกันบ้าง"


โครงการสานรัก วิดีโอชุดจาก AIS

มีทั้งหมด 3 ตัว แต่ผมเอามาเป็นตัวอย่างเพียงตัวเดียวแล้วกันนะครับ ใครที่สนใจลองเข้าไปดูใน Youtube ต่อได้เลย


เป็นวิดีโอเมื่อปี 2557 ช่วงเดือนสิงหาคม AIS ได้ปล่อยวิดีโอออกมา 3 ตัว เป็นวิดีโอชุด "สร้างแรงบันดาลใจ"ที่มีเนื้อหาเสริมสร้างแรงบันดาลใจนั่นเอง อย่างคลิป "สับปะรด (Pineapple)" ที่นำมาให้ชมกัน ก็เป็นเรื่องราวของครอบครัว แม่-ลูก ที่แม่ก็ไม่มีการศึกษาสูง ฐานะครอบครัวก็ยากจน ไม่รู้วิธีจะสอนลูก แต่ก็ใช้วิธีการสอนแบบให้ลูกได้เรียนรู้จากการมอง การดูตัวอย่าง และลูกของเธอก็ได้รับทุนจากโครงการสานรักจนเรียนจบระดับปริญญาตรี โอ้โห!! ความรู้สึกดีๆนี่เอ่อล้นเต็มจอไปหมดเลยนะครับ



เป็นไงล่ะครับ เปรียบเทียบกันแล้ว เห็นความต่างของความรู้สึกเวลาดูเลยใช่ไหมครับ?

ซึ่งถ้าพูดถึงองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความไวรัลขึ้นได้เนี่ย ก็จะมีพูดกันหลากหลาย แต่ที่ฉ่อยเห็นชัดที่สุดก็คือ ความแตกต่างที่แปลกใหม่ และ กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ร่วม ซึ่งถ้าหากมองโฆษณาไวรัลต่างๆมากมายก็จะพบองค์ประกอบเหล่านี้เสมอ ถ้าดูจากตัวอย่างก็จะเห็นชัดเลยครับว่า ไม่ว่าจะ Snickers หรือ AIS ต่างก็มีความแตกต่าง แปลกใหม่ และกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ร่วมทั้งสิ้น

แต่ว่าดูแล้วมันก็ยังให้ความรู้สึกต่างกันอยู่นะ?




แน่นอนว่าต้องต่างกันอยู่แล้วและนี่คือจุดที่ทำให้ความไวรัลจะเกิดประโยชน์หรือโทษต่อ Brand นั้นๆก็คือ ไวรัลที่ดีจะต้อง ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เช่น ความสุข ความน่าสนใจ ความส่วนร่วม ความเชื่อมั่น เป็นต้น



ท้ายที่สุดของแนะนำวิดีโอเมื่อเร็วๆนี้ที่เป็นไวรัลบนสังคมออนไลน์ที่ผมประทับใจ

(แต่ต้นฉบับมีคนดู แสนกว่าเท่านั้น... ข้อมูลเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558)




SCG Packaging

Your Unbounded Answers "ข้อจำกัดในชีวิต"



สิ่งที่ตามมาพร้อมกับ Viral Videos ก็คือกระแสสังคมและการกระจายผ่านช่องทางต่างๆ


ที่ผมต้องพูดถึงยอดวิวว่ามันน้อยก็เพราะว่า ผมรู้จักวิดีโอตัวนี้ผ่าน Facebook ครับมันขึ้นมาในหน้า News Feed ซึ่งถูกโพสท์โดยเพจเกี่ยวกับการตลาดที่ผมติดตามอยู่ ขอไม่ระบุชื่อนะครับ ซึ่งผมสังเกตหลายทีแล้วครับว่าเพจเหล่านี้ เวลาโพสท์วิดีโอมักจะโพสท์เสมือนเป็น content ของตัวเอง คือไม่มีการให้ credit ไม่มีการพูดถึงว่าวิดีโอตัวนี้มาจากไหนยังไง ใครสร้าง ใครทำ ซึ่งนั่นทำให้คนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วโฆษณานี้เจ้าของเป็นใคร และคนไทยนิสัยมักง่ายอยู่แล้วครับ อะไรง่ายๆชอบหมด ก็ไม่มีทางไปหาเจ้าของหรอกครับ มีส่วนน้อยที่จะเป็นแบบนั้น

อยากฝากไว้ครับ ไม่ใช่แค่เรื่องของวิดีโอเท่านั้น แต่ การที่เรานำเนื้อหาของคนอื่นไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม เราสมควรให้เกียรติผู้สร้างเนื้อหานั้นขึ้นมาครับ เริ่มต้นได้ง่ายๆเพียงแค่ระบุว่าใครเป็นเจ้าของ แนบลิงค์กลับไปยังเว็บไซท์ต้นทาง เช่น เอามาจาก Youtube ก็แนบ URL สำหรับวิดีโอตัวนั้นบน Youtube ไว้ด้วยครับ


---
ตัวอย่าง

สุดยอดจริงๆครับ ถ้าอยากมีตัวช่วยในการปลดข้อจำกัดในชีวิตของตัวเองต้องดูวิดีโอนี้เลย!


Your Unbounded Answers "ข้อจำกัดในชีวิต" โดย SCG Packaging
https://www.youtube.com/watch?v=MLCSGL4c9qY
----

แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการให้ credit กับเจ้าของแล้วนะครับ ^^
แต่ในทางกฎหมายก็ยังถือว่าผิดได้ เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าเจ้าของไม่ให้สิทธิ์ในการเผยแพร่ แต่ส่วนมากถ้าไม่ได้เอาไปใช้ในเชิงค้ากำไรหรือทำให้เจ้าของเกิดความเสียหาย ก็มักจะไม่ค่อยมีการเรียกร้องสิทธิ์กันนักครับ
การละเมิดลิขสิทธิ์กฎหมายลิขสิทธิ์กำหนดพฤติกรรมใดว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานของผู้อื่นไว้ชัดเจน ได้แก่ การทำซ้ำหรือดัดแปลง เผยแพร่งานต่อสาธารณชน ซึ่งงานลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นได้เพิ่มการกระทำละเมิดอีกอย่างหนึ่งไว้ คือ การให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางาน หากผู้ใดกระทำการดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องรับโทษอาญาและจ่ายค่าเสียหายแก่เจ้าของงานด้วย หากผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำการต่อไปนี้แก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ได้แก่
  • ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ  
  • เผยแพร่ต่อสาธารณชน  
  • แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ 
  • นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
 (อ้างอิงจาก: การละเมิดลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย)

ซึ่งถ้าจะให้ทางการกว่านั้นอีกก็อาจจะติดต่อเพื่อแจ้ง ขออนุญาตในการนำมาใช้ นำมาอ้างอิงด้วยครับ เพราะการอ้างอิงหรือการขอสิทธิ์ในการนำผลงานผู้อื่นมาใช้ในงานของตัวเอง มันมีเรื่องของกฎหมาย ข้อบังคับ มีระเบียบปฏิบัติของมันอยู่ครับ ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆก็อย่างเวลาเราเขียน บรรณานุกรม เวลาทำรายงานต่างๆนั่นล่ะครับ ยิ่งถ้าเราทำเป็นแบบ Commercial หรือนำมาใช้ในงานที่หากำไร ก็จะต้องมีเรื่องของลิขสิทธิ์ หรือบางครั้งก็ สิทธิบัตร (อันนี้จะพบบ่อยในวงการเทคโนโลยี) เพราะสิ่งเหล่านี้เขาเรียกว่า "ทรัพย์สินทางปัญญา" ครับ ซึ่งผมขอละรายละเอียดไว้ไม่งั้นจะยาวและวุ่นวายอีก เนื่องจากผมไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้มากนัก


อยากศึกษาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มเติมลองเข้าไปดูได้ ที่นี่

Wednesday, April 22, 2015

ประสบการณ์จากการเล่นเกมแบบไม่หลับไม่นอน และการค้นหาสาเหตุของปรากฏการณ์ "เล่นเกมไม่ยอมนอน"

sleeping boy and blanket
Image Source: https://www.flickr.com/photos/milele/6704923591

เคยใช่ไหมล่ะครับ กับการนอนดึกเกินเหตุ บางทีอาจจะเลยไปถึงเช้า เวลาคนว่าเรานอนดึกเราก็จะปฏิเสธไปว่า “ไม่ได้นอนดึก นอนเช้าเลยต่างหาก” ซึ่งสาเหตุก็มาจากหลายๆประการ แต่ที่ผมสังเกตกับตัวเอง แล้วก็สรุปว่าสาเหตุของการนอนดึกรวมๆแล้วเกิดจาก “ภาวะลื่นไหล (Flow State)” แต่ว่าที่มาของมันเป็นยังไงมายังไง ทำไมเราถึงเข้าสู่ภาวะแบบนี้ได้เวลาเล่นเกมกัน และนี่คือคำตอบสำหรับตัวของผมเองครับ
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจหรือไม่เข้าใจว่าความลื่นไหลที่ผมกำลังหมายถึงเนี่ยมันคืออะไร ผมจะขอยกตัวอย่างสั้นๆ ให้ทุกคนลองนึกถึงสมัยเด็กๆ (อาจจะต้องเป็นคนที่ชอบทำการบ้าน) ตอนที่กำลังเรียนในคาบ คุณครูก็ได้สอนเนื้อหาวิชา และแน่นอนว่าช่วงกลางคาบหรือท้ายคาบก็เริ่มสั่งให้ทำแบบฝึกหัด (ที่กลายเป็นการบ้านในท้ายที่สุด) ในขณะที่เรากำลังทำแบบฝึกหัดอยู่อย่างเพลิดเพลินซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากยิ่ง เพราะที่บ้านก็มีเกมมีการ์ตูนรอเราอยู่ แต่เราก็สนุกกับมัน ไม่ว่าเพื่อนๆจะชวนกลับบ้าน ไม่ว่าคุณครูจะไล่ให้กลับยังไง เราก็ยังฝืนจะพยายามทำให้ได้จนเสร็จ และปรากฎการณ์แบบนี้นั่นล่ะครับที่เรียกว่า “ภาวะลื่นไหล”
ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับด้านการบริหาร/จิตวิทยา แล้วก็เจอเรื่องนี้เขียนไว้เหมือนกัน ในหนังสือได้พูดไว้ประมาณว่า ภาวะลื่นไหล จะทำให้การทำงานของเรามีผลิตภาพสูงขึ้น เราจะทำงานต่างๆได้ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด และมีวิธีการที่ผ่านการวิจัยขึ้นมาว่าสามารถช่วยให้เราเข้าถึงภาวะดังกล่าวได้ง่ายขึ้น และมันก็ค่อนข้างนำมาใช้ได้กับเรื่องราวของการเล่นเกมเลยทีเดียว
เมื่อพูดถึงเกมที่ดีหรือที่สนุก เกมเหล่านี้ล้วนมีลักษณะที่ช่วยให้เราเข้าสู่ภาวะลื่นไหลได้ทั้งสิ้น องค์ประกอบแรกคือความท้าทาย ความท้าทายไม่ใช่แค่ว่ามีระดับความยากนะครับ แต่จะต้องเป็นการออกแบบระดับความยากให้เหมะาสม ดังนั้นเกมไหนที่ยากเกินไปก็ไม่มีความท้าทาย เพราะไม่ชวนให้ผู้เล่นพยายามที่จะแข่งขันและติดอยู่กับเรื่องราวในเกม ในขณะที่หากเกมง่ายเกินไป คนก็จะเบื่อและเลิกเล่นเช่นเดียวกัน เมื่อเกมมีระดับความท้าทายที่เหมาะสมจะทำให้เกิดองค์ประกอบที่สองตามมาคือการเรียนรู้และพัฒนาการ หรือความพยายามในการฝึกฝนและพัฒนาทักษะและฝีมือของตัวเองเพื่อเอาชนะความท้าทาย ความพยายามนี้จะทำให้เกิดความทุ่มเทและความตั้งใจต่อการเล่นเกม(การทำงาน)ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าสู่ภาวะลื่นไหลได้ องค์ประกอบที่สามคือความน่าหลงใหล เกมที่มีความน่าหลงใหลจะช่วยดึงความสนใจของเราให้มุ่งมั่นอยู่ที่เป้าหมายหรืออยู่ที่สิ่งที่กำลังทำ ทุ่มเทเพื่อให้เกิดความสำเร็จ ซึ่งหากเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และทุ่มเทให้กับสิ่งใดมากๆ ก็จะทำให้เราเข้าใกล้ ภาวะลื่นไหล มากขึ้น
จากที่พูดถึงมานั้น ไม่ว่าจะเป็นเกมหรืองานใดๆ หากมีองค์ประกอบสามอย่างนี้ ก็จะช่วยให้คนเล่นหรือคนที่ทำงาน มีโอกาสเข้าสู่ภาวะลื่นไหลได้สูงกว่าเกมที่ไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้ และเมื่อเข้าสู่ภาวะลื่นไหล ความสามารถในการทำงานก็จะเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ก็แลกมาด้วยแรงกายและแรงใจ รวมไปถึงเวลาอีกด้วย ทั้งนี้แม้ว่าเราอยู่ในภาวะลื่นไหลก็ใช่ว่าร่างกายของเราจะทนรับการใช้งานหนักติดต่อกันได้ แรกๆอาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจจะส่งผลเสียให้เห็นเช่นกัน
ย้อนกลับมาที่การเล่นเกมแบบไม่หลับไม่นอนก็คือการที่เราอยู่ในภาวะลื่นไหลในการเล่นเกม จึงทำให้เรารู้สึกสนุกและติดพันกับการเล่นมากเสียจนทุ่มเทให้กับเกม เราอาจจะได้ความสนุก ความเมามันในช่วงแรกๆแต่เมื่อมีครั้งที่สองครั้งที่สาม โดยไม่มีการหยุดพัก ร่างกายของเราก็จะเริ่มส่งสัญญาณบอกให้เราต้องหลับเพื่อให้พักบ้างนั่นเอง ขนาดเครื่องจักรทำจากวัสดุอย่างดีใช้งานเรื่อยๆไม่หยุดพักมันก็ยังมีเสื่อมสภาพต้องมีการซ่อมแซมบำรุง ร่างกายคนก็เช่นเดียวกันต้องการการบำรุงส่วนที่สึกหรอ และกระบวนการนั้นสำหรับมนุษย์อย่างหนึ่งเลยก็คือ “การนอนหลับ”
สำหรับใครที่อ่านจนจบ ก็อยากแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าโหมทำงานใดๆหนักจนเกินไป แบ่งเวลาในการพักผ่อนบ้าง เพื่อที่ช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์จะยังคงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เป็นเวลาแห่งการเสื่อมสภาพของร่างกายนะครับ หากเรารู้จักใช้ภาวะลื่นไหลอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่างๆของเราดีขึ้นและมีความสม่ำเสมอ พร้อมสุขภาพที่แข็งแรง สมองปลอดโปร่งครับ ขอฝากไว้เท่านี้